Discovering Moringa
เจาะลึกคุณประโยชน์รอบด้าน
'มะรุม' อัดแน่นไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระหลากชนิด พร้อมด้วยกรดไขมันดีและสารกลุ่มชะลอวัยที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ ผสานฤทธิ์ต้านการอักเสบและยับยั้งแบคทีเรีย ทั้ง Staphylococcus aureus และ Escherichia coli ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
#oillot #ออยลอต #moringa #skinbarrier #inflammation #antimicrobial #ครีมมะรุม #antiaging
Key Benefits
คุณประโยชน์หลักของออยลอต
ทางเลือกใหม่ของการดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ชะลอสัญญาณความโรยราอย่างเหนือชั้น
Ollot Luminous Lipid Cream ทำให้ผิวกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้งได้อย่างไร ?
ตัวอย่างงานวิจัยระดับโลก
Global research example
Moringa Oleifera สารสกัดชีวภาพระดับ Gold Standard ผ่านเทคโนโลยีการสกัดอันเป็นเลิศ ได้มาตรฐานงานวิจัยระดับสากลno parabens, formaldehyde, sulfates, fragrances, phthalates, mercury, Steroid
สั่งสินค้า | ความรู้ | ส่วนผสม | รีวิวจากลูกค้า | วิธีใช้ | FAQ | โปรโมชั่น | แพ็กเก็จ

Daily Care for Skin Balance
ผิวสมดุลได้ในทุกๆวัน
จุดเริ่มต้นของผิวสุขภาพดี เริ่มที่ความสม่ำเสมอในการดูแลอย่างตรงจุดทันทีที่ปราการผิวแข็งแรงและอุ้มน้ำเต็มที่ กลไกธรรมชาติจะปรับผิวให้สมดุล ตัดวงจรอาการคันจากความแห้ง พร้อมชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ดียิ่งขึ้น
ประเภทของผิวแห้ง1. ผิวแห้งจากพันธุกรรม ต่อมไขมันผลิตไขมันน้อยกว่าปกติ หรือโครงสร้างเกราะคุ้มกันผิว อ่อนแอสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป2. ผิวแห้งจากวัยที่สูงขึ้น เกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติ ต่อมไขมันและต่อมเหงื่อทำงานลดลง การผลิตสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ และเซราไมด์ในแผ่นผิวลดลงอย่างต่อเนื่อง3. ผิวแห้งจากฮอร์โมนแปรปรวน / วัยใกล้หมดประจำเดือน ส่งผลให้การสร้างคอลลาเจน ไขมันใต้ผิว และการกักเก็บน้ำในผิวลดลงอย่างฉับพลัน ผิวจึงแห้งกร้านและสูญเสียความยืดหยุ่น4. ผิวแห้งจากการใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะสารชะล้างรุนแรง เช่น ซัลเฟต ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่ทำให้ผิวแห้งลอก หรือการใช้สกินแคร์ผิดประเภทจนเกราะป้องกันผิวถูกทำลาย5. ผิวแห้งจากรังสี UV และแสงแดด ทำให้ความชุ่มชื้นระเหยออกจากผิวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวสูญเสียความสามารถในการกักเก็บน้ำ6. ผิวแห้งจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรม การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อากาศแห้ง เย็น หรือลมแรง เช่น ห้องแอร์จัด หรือเมืองหนาว รวมถึงพฤติกรรมการอาบน้ำอุ่นจัดเป็นประจำที่ชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติออกไปจนหมด7. ผิวแห้งจากภาวะสุขภาพหรือยาบางชนิด เช่น ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคเบาหวาน หรือผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันหรือยารักษาสิวบางตัว ที่ส่งผลโดยตรงต่อความชุ่มชื้นของร่างกาย
วงจรการแก่ที่เริ่มจากผิวแห้ง"วัฏจักรความเสื่อมของผิวหนัง" ซึ่งเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงระหว่างโครงสร้างผิวภายในกับปัจจัยภายนอก โดยมี "อาการผิวแห้งและคัน" เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ผิวเสียหายหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่แก้ไขได้ยากหากไม่ตัดตอนจากต้นเหตุ1. ผิวแห้งจนตอบสนองด้วยการ "เกา" การเกาด้วยเล็บที่แหลมคมหรือการขัดถูอย่างรุนแรง จะสร้างความเสียหายต่อผิวหนังในระดับจุลภาค ทำให้ปราการผิวเกิดช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในผิวได้ง่ายขึ้น2. เมื่อปราการผิวอ่อนแอ ผิวจะเริ่มเก็บความชุ่มชื้นไม่อยู่ ทำให้เกิดอาการ "ผิวแห้ง" และ "ระคายเคือง" ง่ายตามมา3. เมื่อมีบาดแผลจากการเกา แบคทีเรียต่างๆ ก็จะแทรกซึมเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกกว่าได้ ทำให้เกิด "การติดเชื้อ" และ "การอักเสบ" ตามมา อาการนี้จะทำให้รอยแดงและอาการคันรุนแรงขึ้นไปอีก4. ผลลัพธ์สุดท้าย การเสื่อมสภาพของโครงสร้างผิวและความแก่ชราก็จะมาเยือน คอลลาเจนจะยุบตัวลง ทำให้ผิวสูญเสียความกระชับและเริ่มหย่อนคล้อย อิลาสติน จะสูญเสียความยืดหยุ่น ไม่สามารถคืนตัวได้ดีเหมือนเดิม
การทรุดตัวของโครงสร้างเหล่านี้ ทำให้เกิด "ริ้วรอยร่องลึก" ผิวดูไม่เรียบเนียน ขาดความเต่งตึง และปรากฏสัญญาณของผิวที่แก่ก่อนวัยอย่างชัดเจน
ความเชื่อมโยงของริ้วรอยร่องลึกเหล่านี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นสัญญาณว่าผิวได้สูญเสียความแข็งแรงไปอย่างมาก ซึ่งยิ่งทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง และวงจรความเสื่อมนี้ก็จะวนกลับไปเริ่มต้นที่ข้อ 1 ใหม่ ปัญหาจะยิ่งรุนแรงและวนลูปไม่รู้จบหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
ครีมที่เน้นดูแลผิวแห้งโดยเฉพาะ
ประกอบไปด้วยActive Moringa extract ให้วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี สูงมาก ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระและมลภาวะ (Anti-pollution) ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อลดเลือนริ้วรอยHumectant ดึงความชื้นจากอากาศและจากผิวชั้นล่างขึ้นมาสู่ผิวชั้นบน เพื่อให้ผิวดูอิ่มน้ำEmollient เติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวชั้นนอกที่แห้งหรือหลุดลอก ช่วยให้ผิวเรียบเนียน นุ่มลื่น และเสริมความแข็งแรงให้ผิวBarrier Lipid เป็นไขมันตามธรรมชาติที่พบในชั้นผิว (Stratum Corneum) ทำหน้าที่ประสานเซลล์ผิวให้อยู่ด้วยกัน ป้องกันสารพิษ แบคทีเรีย และการสูญเสียน้ำOcclusive สร้างเกราะฟิล์มเคลือบบนผิวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว (ลดการสูญเสียน้ำหรือ TEWL) ทำให้สารอื่นทำงานได้เต็มที่สารปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคือง รอยแดง การอักเสบ หรือความรู้สึกแสบร้อนจากแสงแดดและมลภาวะ
วารสารงานวิจัยเพิ่มเติม
- Potential Anti-aging Components From Moringa oleifera Leaves Explored by Affinity Ultrafiltration With Multiple Drug Targets. อ่านวารสาร- Enhancement of human skin facial revitalization by moringa leaf extract cream. อ่านวารสาร- Moringa oleifera Leaf Extracts as Multifunctional Ingredients for “Natural and Organic” Sunscreens and Photoprotective Preparations. อ่านวารสาร- Moringa oleifera: An Updated Comprehensive Review of Its Pharmacological Activities, Ethnomedicinal, Phytopharmaceutical Formulation, Clinical, Phytochemical, and Toxicological Aspects. อ่านวารสาร- Microencapsulated α-Tocopherol and Moringa Extract for Improved Skin Protection: Insights From Human Skin Assessment in Cosmetic Formulations. อ่านวารสาร- Enhancement of human skin facial revitalization by moringa leaf extract cream. อ่านวารสาร- Exploring the potential of Moringa oleifera Lam in skin disorders and cosmetics: nutritional analysis, phytochemistry, geographical distribution, ethnomedicinal uses, dermatological studies and cosmetic formulations. อ่านวารสาร
"Tree of Life"
It is globally recognized and widely used as an ingredient in skincare products.

มะรุม พืชแห่งชีวิตที่โลกยอมรับ สู่ครีมบำรุงผิวเกรดพรีเมี่ยม
เมื่อฮอร์โมนที่ลดลงผสานกับมลภาวะรอบตัว ยิ่งเร่งให้เกราะคุ้มกันผิวสูญเสียความแข็งแรง นำมาซึ่งปัญหาผิวแห้ง คัน และระคายเคืองง่ายยกระดับการบำรุงด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง Moringa oleifera (มะรุม) เพื่อคืนสมดุลให้ผิวในวงการสกินแคร์ระดับสากล "มะรุม" ถูกยกให้เป็น "Miracle Tree" หรือต้นไม้มหัศจรรย์ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่า น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดมะรุมอัดแน่นไปด้วยสารพฤกษเคมี เช่น อัลคาลอยด์, คาร์โบไฮเดรต, สเตียรอยด์, แทนนิน, โปรตีน, ฟลาโวนอยด์, ไขมัน และซาโปนิน ซึ่งมีประโยชน์และตอบโจทย์เรื่องผิวพรรณโดยเฉพาะในทางวิชาการและโภชนเภสัชศาสตร์ สารสกัดจากมะรุมโดดเด่นในเรื่องเป็นแหล่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี มีส่วนช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ ฝุ่นละออง และแสงแดด ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ทำให้ผิวดูร่วงโรยก่อนวัย และช่วยลดเลือนความหมองคล้ำให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติขุมพลังกรดไขมันโอเลอิก (Oleic Acid) สูง โครงสร้างน้ำมันจากธรรมชาติที่มีความเข้ากันได้ดีกับผิว ช่วยซึมซาบเข้าบำรุงผิวชั้นนอกได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิว ล็อกความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้นวิตามิน A, C และ E ครบถ้วน ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน คืนความยืดหยุ่น และช่วยปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส
เราได้นำคุณค่าธรรมชาติที่ทั่วโลกยอมรับนี้ มาพัฒนาเป็น ครีมบำรุงผิวสารสกัดมะรุม สูตรเฉพาะของออยลอต ที่ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน เพื่อส่งต่อการบำรุงที่อ่อนโยนแต่ทรงประสิทธิภาพเนื้อครีมเข้มข้นแต่เกลี่ยง่าย ซึมซาบเข้าบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ช่วย สมดุลเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงขึ้นในทุกๆ วัน คืนความยืดหยุ่น อิ่มน้ำ และความสดใสมีชีวิตชีวาให้ผิวคุณดูสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
กลไกความร่วงโรย
The Biology of Cellular Atrophy Comprehensive Structural Skin Changes.

- ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นแบบกู่ไม่กลับ ต่อมไขมันทำงานน้อยลง เกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติเริ่มแตก น้ำในผิวระเหยออกง่าย สุดท้ายกลายเป็นผิวแห้งกร้าน แพ้ แดงง่ายเผชิญมรสุมอนุมูลอิสระรอบตัว ทั้งฝุ่น PM 2.5 แสงแดด และความเครียดในชีวิตประจำวัน คอยทำร้ายผิวสะสมต่อเนื่อง ทำให้ผิวดูโรยรา หมองคล้ำ และหย่อนคล้อยเร็วกว่าเดิมวงจรการฟื้นตัวของผิวช้าลง เมื่อก่อนนอนดึกแค่ไหนผิวก็ยังไหว แต่พอถึงวัยนี้คือโทรมแล้วโทรมเลย ผิวฟื้นตัวยาก ความอิ่มน้ำหายไป หน้าดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา
พอสะสมมากๆ เข้า ผิวจะสูญเสียความยืดหยุ่น เริ่มเห็นริ้วรอยตื้นๆ ชัดขึ้น หน้าหมองคล้ำไม่สดใส และปัญหาที่น่าปวดหัวสุดคือแต่งหน้าไม่ติด เพราะผิวแห้งเป็นขุยแต่กลับผลิตน้ำมันออกมาสู้ จนรูขุมขนดูกว้างและหน้าดูแก่กว่าวัยไปไกล
กระบวนการเสื่อมสภาพของผิว(Skin Aging) ตามธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 4 ช่วงวัยสำคัญ ตั้งแต่อายุ 35 ถึง 60 ปี โดยขับเคลื่อนด้วยกลไกชีววิทยาของเซลล์ ผสานกับปัจจัยเร่งจากสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม หากปราศจากการดูแลปกป้อง กลไกเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ✴︎ช่วงวัย 35 - 39 ปี จุดเปลี่ยนของระบบโครงสร้างผิวชั้นใน
ช่วงวัยนี้ ผิวเริ่มสูญเสียความสมดุลเชิงโครงสร้างอย่างเงียบๆ เป็นรอยต่อสำคัญที่กระบวนการสร้างและสลายตัวของโปรตีนเริ่มเสียสมดุล การลดลงของคอลลาเจน,อีลาสตินและไฟโบรบลาสต์ เริ่มลดอัตราการสังเคราะห์คอลลาเจนประเภทที่ 1 และ 3 ลงประมาณ 1% ต่อปี ขณะที่เอนไซม์กลุ่ม MMPs ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายคอลลาเจนเริ่มทำงานเด่นชัดขึ้น ส่งผลให้ความหนาแน่นของเมทริกซ์นอกเซลล์ลดลงการเสื่อมของชั้นไขมันใต้ผิว โดยเฉพาะบนใบหน้าเริ่มเคลื่อนตัวและฝ่อตัวลงเล็กน้อย ทำให้โครงสร้างรองรับผิวเริ่มหย่อน โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาและร่องแก้มการผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลง วงจรการผลัดเซลล์ผิวจากเดิมใช้เวลาประมาณ 28 วัน ยืดออกไปเป็น 35-40 วัน ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวเสื่อมสภาพบนชั้น stratum corneum ผิวจึงดูหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน ปัจจัยภายใน การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนเริ่มส่งสัญญาณอ่อนๆ ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันลดลง เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง การกักเก็บความชุ่มชื้น (NMFs) ลดลง ปัจจัยภายนอก รังสี UVA/UVB จากแสงแดดกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระ ที่ไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนโดยตรง ร่วมกับมลภาวะ PM2.5 ที่แทรกซึมเข้าไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบระดับเซลล์✴︎ช่วงวัย 40 - 44 ปี เริ่มมีการสูญเสียความยืดหยุ่นและการยุบตัวของโครงสร้างผิว การเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏชัดเจนบนพื้นผิว ไม่ใช่แค่ริ้วรอยตื้นๆ แต่เป็นการสูญเสียความกระชับอย่างเป็นรูปธรรม การสลายตัวของอีลาสติน, เส้นใยอีลาสตินที่เคยยืดหยุ่นเริ่มเสื่อมสภาพและแตกหัก กลายเป็นก้อนสะสมที่เรียกว่า Solar Elastosis ผิวจึงสูญเสียความสามารถในการเด้งกลับคืนรูปหลังการแสดงสีหน้า เกิดเป็นริ้วรอยร่องลึกบริเวณหางตาและหน้าผาก
การลดลงของกรดไฮยาลูโรนิกตามธรรมชาติ ไฟโบรบลาสต์สังเคราะห์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) ลดลงอย่างฮวบฮาบ น้ำในผิวชั้น dermis ลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความอิ่มฟู เกิดภาวะ Dehydrated Skin เรื้อรังความผิดปกติของการกระจายตัวของเมลานิน เมลาโนไซต์ เริ่มทำงานไม่สม่ำเสมอ เซลล์บางจุดผลิตเม็ดสีมากเกินไปภายใต้การกระตุ้นสะสม ส่งผลให้เกิดกระเนื้อ จุดด่างดำ และฝ้าแดดชัดเจนขึ้น ปัจจัยภายใน เริ่มมีความเสื่อมระดับไมโตคอนเดรียในเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผลิตพลังงานได้น้อยลง ขีดความสามารถในการซ่อมแซมตัวเอง DNA Repair ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยภายนอก พฤติกรรมการใช้ชีวิต การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงขึ้น ไปเร่งการสลายตัวของคอลลาเจน และแสงสีฟ้าจากหน้าจอดิจิทัลที่กระตุ้นอนุมูลอิสระ✴︎ ช่วงวัย 45 - 49 ปี วิกฤตฮอร์โมนและการฝ่อตัวของชั้นผิว ช่วงวัยนี้มักตรงกับช่วงวัยทองหรือ pre-menopause ซึ่งเป็นรอยต่อทางชีววิทยาที่ส่งผลกระทบต่อผิวพรรณรุนแรงที่สุดช่วงหนึ่ง
การดิ่งลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและรักษาความชุ่มชื้น เมื่อฮอร์โมนนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว ผิวจะสูญเสียความหนาไปถึง 30% ในช่วง 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือนการยุบตัวของกระดูกโครงหน้า มวลกระดูกใต้ใบหน้าเริ่มบางลงและยุบตัวลง (โดยเฉพาะบริเวณขากรรไกร โหนกแก้ม และเบ้าตา) ทำให้เนื้อเยื่อและผิวหนังที่เคยถูกดึงตึงไว้สูญเสียฐานรองรับ เกิดความหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง มุมปากตก การฝ่อของต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ผิวสูญเสียน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติอย่างถาวร กลายเป็นผิวแห้งกร้าน แตกยับง่าย และระคายเคืองไวต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจัยภายใน เริ่มมีความเสื่อมชราระดับเซลล์ เซลล์ผิวเข้าสู่ภาวะหยุดแบ่งตัวแต่ไม่ตาย (Zombie Cells) และยังหลั่งสารเคมีอักเสบ ออกมาทำลายเซลล์ข้างเคียง เร่งความแก่ให้ลามไปทั่ว ปัจจัยภายนอก การสะสมความเสียหายจากแสงแดดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ปรากฏผลลัพธ์เด่นชัด เส้นเลือดฝอยขยายตัวถาวร และผิวหนังหนาหยาบกร้าน✴︎ ช่วงวัย 50 - 60 ปี การสูญเสียโครงสร้างผิวและความเปราะบางขั้นวิกฤต ในช่วงวัยนี้ ผิวพรรณเข้าสู่ภาวะเสื่อมสภาพเต็มรูปแบบ โครงสร้างผิวทุกชั้นถูกทำลายอย่างต่อเนื่องจนบางและสูญเสียฟังก์ชันปกป้องตัวเอง การพังทลายของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่เหลืออยู่มีลักษณะจับตัวกันสะเปะสะปะ ไม่เป็นระเบียบ ผิวหนังสูญเสียความตึงตัวโดยสิ้นเชิง เกิดริ้วรอยร่องลึกทั่วใบหน้า ลำคอ และเนินอก
การฝ่อบางของหนังแท้ ชั้นผิวบางลงอย่างมาก ทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังเปราะแตกง่าย เกิดรอยช้ำได้ง่ายขึ้น และผิวมีความยืดหยุ่นต่ำมากจนไม่สามารถคืนรูปได้ทันทีเมื่อถูกกดทับ
ความบกพร่องของเกราะป้องกันผิวขั้นรุนแรง การสังเคราะห์เซราไมด์ และไขมันในชั้นผิวลดลงต่ำสุด มีการสูญเสียน้ำออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวแห้งคัน แดง และติดเชื้อง่าย ปัจจัยภายใน เกิดกระบวนการที่เซลล์ผิวหมดความสามารถในการแบ่งตัวใหม่ ผิวจึงบางใสโปร่งแสงและเหี่ยวย่นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยภายนอก โดยแรงโน้มถ่วงจะดึงรั้งเนื้อเยื่อที่ไร้โครงสร้างคอลลาเจนให้หย่อนคล้อยลงตามแนวตั้งอย่างเต็มที่ ร่วมกับมลภาวะและภูมิคุ้มกันผิวที่เสื่อมถอยตามวัย ทำให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ยากยิ่งเมื่อเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอก✴︎ จากกระบวนการชราตามที่ได้กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่า สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้นหลักที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน นั่นเองทำให้ออยลอตถูกพัฒนาขึ้นมเพื่อแก้ปัญหาในจุดนี้โดยเฉพาะ
Ingredients
ออยลอต ลูมินัส ลิพิด ไนท์ ครีม
ส่วนผสมหลัก
AQUA,GLYCERIN,BUTYLENE GLYCOL,HELIANTHUS ANNUUS SEED OIL,CAPRYLIC/CAPRIC TRIGLYCERIDE,PETROLATUM,HYDROXYETHYL ACRYLATE/SODIUM ACRYLOYLDIMETHYL TAURATE COPOLYMER,HYDROXYETHYLCELLULOSE,XANTHAN GUM,GLYCERYL GLUCOSIDE,TOCOPHERYL ACETATE,ROSMARINUS OFFICINALIS LEAF OIL,MORINGA OLEIFERA SEED EXTRACT,HYDROGENATED LECITHIN,SODIUM HYDROXIDE,CITRIC ACID,SODIUM CITRATE,DISODIUM EDTA,PHENOXYETHANOL,ETHYLHEXYLGLYCERIN,1,2-HEXANEDIOL
Clean ingredientsปราศจากพาราเบน (Paraben-Free)
ไม่ทดลองกับสัตว์ (Cruelty-Free)
ปราศจากการดัดแปลงพันธุกรรม (Non-GMO)
ปราศจากพทาเลท (Phthalates-free)
ปราศจากซัลเฟต (Sulfate free)
ปราศจากสารเติมเต็มที่เป็นอันตราย (Harmful bulking agents)
ไม่แต่งเติมส่วนผสม สี (No artificial ingredients, colors)
คุณประโยชน์หลักของครีมออยลอต
Key Benefits of Oillot Moringa Cream

จุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร: ทำไมต้อง Ollot Luminous Lipid Cream ?สมดุลแห่งการบำรุงและล็อคความชุ่มชื้น (Lipid Balance Technology)
Ollot คัดสรรสารให้เนื้อสัมผัสและสัดส่วนไขมันบำรุงผิวที่ลงตัว ช่วยเคลือบปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำ มอบความนุ่มลื่น อิ่มฟู โดยไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ให้ผิวรู้สึกสบายตลอดวันคืนความกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำและจุดด่างดำ ด้วยพลังการบำรุงที่ช่วยดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ ช่วยปรับโทนสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอ เปล่งประกายออร่ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติปลอบประโลมและดูแลผิวที่อ่อนแอ
พร้อมรับมือกับปัจจัยคุกคามภายนอกด้วยคุณสมบัติการปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน ช่วยลดความรู้สึกระคายเคืองจากความแห้งกร้าน เหมาะสำหรับผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษพลังพืชธรรมชาติเพื่อผิวแลดูอ่อนเยาว์ ผสานสารสกัดจากธรรมชาติทรงคุณค่า เข้ามาช่วยดูแลเรื่องความหมองคล้ำและปกป้องผิวจากมลภาวะ ช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียน ยืดหยุ่น และแลดูสดใสยิ่งขึ้น
ความแตกต่างที่อยากให้ทดลอง คือ เนื้อสัมผัสเบาสบาย ลืมความรู้สึกหนักหน้าของลิพิดครีมแบบเดิมๆ
สัมผัสความชุ่มชื้นได้ตั้งแต่คืนแรกที่ใช้ เปลี่ยนผิวที่ดูเหนื่อยล้าให้กลับมาแลดูสดใสมีชีวิตชีวาในทุกวันด้วย Ollot Luminous Lipid Cream
แนะนำให้ใช้อย่างต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ขึ้นไป คุณจะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์อย่างน่าพอใจ
รีวิว
REVIEW
DA ***** 25/1/26
ส่งเร็วมาก ขอลองใช้ก่อน ดียังไงจะมารีวิว
Mint ***** 1/1/26
ใช้ดี ไม่เหนียว ซึมง่าย รู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้นกว่าเดิม ไม่แพ้ค่ะ
Titima ***** 18/7/25
เพื่อนซื้อมาให้ลองใช้ เพราะเห็นเราเป็นคนผิวแห้งมาก ใช้ไปใช้มาต่อกระปุกที่ 3 แล้วจ้า
Janrung ***** 8/1/26
ลูกซื้อให้ใช้ ตัวนี้เป็นครีมเสริมที่ดีมากเลย รู้สึกผิวนุ่มขึ้น ให้ดีต้องลองใช้ให้ครบ 3 เดือน ผลเป็นยังไงบอกอีกทีค่ะ
Larin ***** 2/4/26
เป็นมอยซ์ที่ดีตัวหนึ่งที่เคยใช้มาเลย ผิวแห้งน้อยลง สีผิวที่เคยซีด ค่อยๆ กลับมาอมชมพูมากขึ้น
Pim ***** 24/3/26
ชอบอะไรที่มาจากธรรมชาติ ยิ่งมีส่วนผสมมะรุมยิ่งอยากลองใช้ดู ทาครั้งแรกก็รู้สึกดีเลยค่ะ
Som ***** 24/5/26
อยู่ในวัยทองเลย ผิวแห้งมาก เลยอยากซื้อมาลองใช้
คำถามที่ถามบ่อย
FAQ

Q เป็นสิวสามารถใช้ออยลอตได้ไหม ?
A อ้างอิงงานวิจัยระบุว่า ตัวน้ำมันที่ได้จากเมล็ดมะรุม สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ได้ ซึ่งเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มักเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อบนผิวหนัง รวมถึงเป็นหนึ่งในปัจจัยร่วมที่กระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ
Q ทำไมออยลอตถึงได้เลือกมะรุมมาเป็นสารสำคัญหลักในการผลิตครีม
A มะรุมอุดมไปด้วยโปรตีน สเตอรอล โทโคฟีรอล และกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย และยังมีสารเทอร์พีน สเตียรอยด์ และฟลาโวนอยด์ ในระดับอ่อนๆ ตามธรรมชาติ
Q กลิ่นและเนื้อครีมเป็นอย่างไรคะ
A สัมผัสความสดชื่นผ่อนคลายจากกลิ่นพรรณธรรมชาติอันอ่อนละมุน ผสานเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มบางเบาที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว มอบความรู้สึกสบายผิวในทุกครั้งที่ทา
Q แตกต่างกับครีมสารสกัดจากธรรมชาติทั่วไปอย่างไร
A ผ่านกรรมวิธีสกัดที่คัดสารระคายเคืองจากธรรมชาติออกให้มากที่สุด ทำให้ปลอดภัยสำหรับการใช้
ก่อนและหลังใช้
Before & After

เพื่อผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จากการใช้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน ผิวรู้สึกชุ่มชื้น สบายผิวยาวนานตลอดวัน
สาเหตุของผิวแห้ง
Causes

เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือช่วงเปลี่ยนผ่าน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างและฟังก์ชันของผิวหนัง1. การแบ่งตัวของเซลล์เคอราติโนไซต์ลดลง ทำให้ชั้นผิวบางลง การยึดเกาะระหว่างหนังแท้และหนังกำพร้าอ่อนแอลง2. ความหนาแน่นของคอลลาเจนในผิวจะลดลงเฉลี่ย 2% ต่อปี ในช่วงหลังหมดประจำเดือน ส่งผลให้ผิวสูญเสียความกระชับ ความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยร่องลึกและรูปหน้าหย่อนคล้อย3. การทำงานของเกราะคุ้มกันผิวและสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMF) บกพร่อง ทำให้ผิวแห้งกร้านรุนแรงและสูญเสียน้ำในผิวได้ง่าย4. การสร้างไขมันและเหงื่อลดลง ระบบ นิเวศน์บนผิวแย่ลง ทำให้ผิวดูซีดเซียว ขาดความเปล่งปลั่ง และมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงขึ้น
การดูแลแบบองค์รวม
Holistic solutions for dry skin

1. เริ่มจากเรื่องง่ายๆ หลีกเลี่ยงผ้าใยสังเคราะห์หรือผ้าขนสัตว์ที่หยาบกระด้าง ซึ่งเสียดสีและกระตุ้นปลายประสาทใต้ผิวให้เกิดอาการคันยุบยิบ2. การใช้เครื่องพ่นให้ความชื้นในห้องนอน ช่วยลดอัตราการระเหยของน้ำออกจากผิวได้3. อย่าอาบน้ำอุ่นจัด เพราะน้ำมันธรรมชาติจะถูกชะล้างออกไปจนหมด4. รับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ ประเภทที่ช่วยชดเชยฮอร์โมนที่บกพร่องไป5. ดื่มน้ำให้มากขึ้น เป็นการรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกายร่วมกับวิตามิน C, E และโพลีฟีนอล ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ6. นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ไม่เครียด ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ลดทุกอย่างที่มีส่วนทำร้ายสุขภาพร่างกาย7. หลีกเลี่ยงสกินแคร์ ครีมอาบน้ำ ครีมล้างหน้าที่มีสารชะล้างรุนแรง เน้นสูตรที่อ่อนโยนกับผิว8. ใช้สกินแคร์ของออยลอตที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อคนผิวแห้งจากวัยที่เพิ่มขึ้น9. การปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาใช้ฮอร์โมนทดแทนสามารถช่วยฟื้นฟูความหนาของผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และคืนความชุ่มชื้นให้ผิวดูอ่อนเยาว์ได้
Promotion
โปรโมชั่นใหม่รับเดือนตุลาคม

* โปรซื้อถูกดีที่ช็อปปี้ ส่วนลด จาก 390 บาท เหลือเพียง 249 บาท* โปรโทรสั่งซื้อ 2 ชิ้นราคาเหลือเพียง 400 บาท* ส่งฟรี ถึงปลายปี 69
วิธีรับมือ 40+
ความเหลื่อมล้ำทางสภาพร่างกายและจิตใจระหว่างเรากับเพื่อนรุ่นเดียวกัน

คนอื่นดูแลตัวเองจนหน้าเด็กกว่าอายุจริงเป็นสิปปี ไปงานเลี้ยงรุ่นทีไรเขากลายเป็นจุดสนใจในความดูดี ส่วนเราหน้าตาอิดโรย มีริ้วรอยลึก และความหย่อนคล้อยที่ต่อให้ใช้ครีมกระปุกละหลายพันก็เอาไม่อยู่วิธีรับมือกับปัญหาแก่ก่อนวัย1. ไม่อาบน้ำอุ่นจัด , ทาครีมหลังอาบน้ำทุกครั้งเพื่อไม่ให้ผิวแห้งกร้านไปกว่าเดิม
2. นอนหลับแต่หัวค่ำ เพื่อ Growth Hormone มาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
3. ควบคุมอาหาร ลดแป้งและน้ำตาล เพื่อให้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ
4. เสริมวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายและผิวพรรณ
5. ออกกำลังกาย คาดิโอ และเวทเทรนนิ่งอย่างเป็นระบบตามที่ร่างกายไหว
ฮอร์โมนเอสโตรเจน
ผู้จัดการใหญ่ของร่างกายผู้หญิง

เอสโตรเจน คือ "ฮอร์โมนเพศหญิง" ที่ร่างกายสร้างขึ้นจากรังไข่ หน้าที่ของมันไม่ใช่แค่เรื่องประจำเดือนหรือการมีลูก แต่มันคือผู้จัดการใหญ่ที่คอยดูแลความสมบูรณ์ของร่างกายผู้หญิง ทั้งกระดูก หัวใจ สมอง และที่สำคัญที่สุดคือ "ผิวพรรณ"เอสโตรเจนยังทำหน้าที่คอยสั่งการให้ผิวของเราผลิตคอลลาเจน อิลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิก พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่มีเอสโตรเจน ผิวเราจะขาดทั้งน้ำ ทั้งความแน่น และความยืดหยุ่นนั่นเอง
package
Growth Hormone
Growth Hormone ดีกับผิวอย่างไร?Growth Hormone (GH) คือฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ และไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต แต่ยังเกี่ยวข้องกับการ ซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อสำหรับผิว GH มีส่วนช่วยในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ การสร้างคอลลาเจน การทำงานของเซลล์ผิว และการซ่อมแซมผิว ทำให้ระบบผิวสามารถรักษาความแข็งแรงและโครงสร้างของตัวเองได้ร่างกายจะหลั่ง GH มากในช่วง นอนหลับลึก ดังนั้นการนอนหลับให้เพียงพอจึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบนี้พูดง่าย ๆ คือ GH เป็นหนึ่งในฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูและดูแลโครงสร้างผิวจากภายใน แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งมี GH มาก ผิวยิ่งดี เพราะระดับฮอร์โมนที่สมดุลต่างหากที่สำคัญ
ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยฟื้นฟูผิวสาววัยทอง ผ่านกลไกทางสรีรวิทยาหลักๆ ดังนี้ครับ1. กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและออกซิเจน ด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ) จะช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว2. แรงกระแทกเบาๆ และการหดตัวของกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย รวมถึงการเวทเทรนนิ่ง จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและชะลอริ้วรอย3. เพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นคืนเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อและต่อมไขมันในระดับที่เหมาะสม รวมถึงปรับปรุงกระบวนการผลัดเซลล์ผิว4. ลดการอักเสบและควบคุมฮอร์โมนความเครียด ซึ่งเป็นตัวการเร่งการทำลายคอลลาเจนและกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย
Phytoestrogen
Phytoestrogen (ไฟโตเอสโตรเจน) คือสารประกอบธรรมชาติที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิง พบได้ในพืชหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง (มีสารไอโซฟลาโวนอย่าง Genistein และ Daidzein), โคลแดง (Red Clover), ข้าวสาลี, ทับทิม และตระกูลถั่วต่างๆ
ประโยชน์หลักๆ มีดังนี้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยชะลอความหย่อนคล้อย ลดเลือนริ้วรอย และคืนความกระชับยืดหยุ่นให้ผิวที่เริ่มสูญเสียโครงสร้างตามวัยเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยเพิ่มการสร้างกรดไฮยาลูโรนิกตามธรรมชาติในชั้นผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำ เนียนนุ่ม และลดความแห้งกร้านต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ปกป้องผิวจากการถูกทำลายโดยรังสียูวีและมลภาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัยลดเลือนจุดด่างดำ ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสในกระบวนการสร้างเม็ดสี ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและดูกระจ่างใสขึ้น
Types of cream
เนื้อสัมผัสแบบไหนที่เวิร์กที่สุด ?เนื้อRich Cream / Balm-to-Cream เหมาะสำหรับกลางคืน หรือผิวที่แห้งกร้านมาก เนื้อครีมข้นที่มีโครงสร้าง Lamellar หรือ Liquid Crystal จะจำลองโครงสร้างไขมันตามธรรมชาติของผิวได้ดี ทำให้ซึมซาบได้ลึกกว่าครีมไขมันหนาเตอะทั่วไปเนื้อ Emulsion / Rich Lotion (สำหรับกลางวัน) หากทาเนื้อบาล์มหนาเกินไปตอนกลางวันอาจแต่งหน้ายาก หรือเหนอะหนะเกินไป ควรเลือกเนื้ออิมัลชันเข้มข้น (Rich Emulsion) ที่มีส่วนผสมของ Natural Oils สัดส่วนสูงแต่เกลี่ยง่ายFacial Oil เป็นตัวเสริม การหยด Face Oil (เช่น Rosehip Oil, Argan Oil หรือ Squalane) ผสมกับครีม หรือทาเป็นขั้นตอนสุดท้าย ช่วยเพิ่มความ Rich และความยืดหยุ่นได้ดีมากสำหรับผิววัยทอง
















































